
มีหลายคนเจอเรื่องที่ว่าด้วย layout ของห้องนอน ทำให้ทั้งหัวเตียงและ walk in closet ที่อยากจะทำนั้น ต้องอยู่ในตำแหน่งทิศเดียวกันซะอย่างนั้น แล้วคราวนี้ใครจะยอมใครดีระหว่างหัวเตียงกับ walk in closet จะว่าไปก็สำคัญทั้งคู่ มีวิธีไหนบ้างที่จะให้ทั้งสองอย่างอยู่ด้วยกันได้ในทิศทางที่เราต้องการ
หากเราไม่ยึดติดกับรูปแบบของห้องนอนที่มี walk in closet ในแบบเดิม ๆ ก็จะทำให้เราคิดออกในที่สุดว่า ทั้งสองอย่างอยู่ทิศเดียวกันได้แบบง่าย ๆ ด้วยการออกแบบให้ walk in closet อยู่ติดกับผนังในทิศด้านที่ว่า จากนั้นให้ใช้ผนังอีกด้านของ walk in closet มาเป็นผนังของหัวเตียง ถัดมาก็จึงเป็นการตั้งวางเตียงตามปกติ โดยหันไปทิศทางเดียวกับที่เราต้องการได้ เพียงแต่เตียงจะไม่ได้อยู่ติดกับผนังห้องหลักเท่านั้นเอง
การออกแบบ walk in closet ให้อยู่เหนือหัวเตียงแบบนี้ เราจะให้เตียงนอนอยู่ตรงกลาง หรือจะอยู่ชิดด้านใดด้านหนึ่งของห้อง walk in closet ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบห้องนอนโดยรวมของเราว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ จะอยู่ตรงไหนบ้าง ถ้าตั้งเตียงนอนตรงกลางเราสามารถเลือกที่จะให้มีทางเดินเข้า walk in closet ทั้งทางซ้ายและขวาก็ได้ หรือจะเข้าเพียงด้านใดด้านหนึ่งก็ได้เช่นกัน
นอกจากนั้นเรายังสามารถปล่อยให้ทางเดิน walk in closet เป็นช่องทางเดินเข้าแบบโล่ง ๆ ไม่ต้องมีอะไรกั้น ซึ่งเหมาะกับห้องนอนที่มีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่นัก แต่ถ้าห้องนอนมีขนาดใหญ่ เราไม่ต้องการให้เปลืองเวลาเปิดแอร์นอนตอนกลางคืน ก็อาจทำหน้าบานประตูเลื่อนหรือแบบเปิดปิดตรงช่องที่เดินเข้า walk in closet ก็ได้เช่นกัน ส่วนบางคนที่อยากกั้นแต่ไม่ถึงกับอยากให้เป็นหน้าบานประตู เพราะกังวลเรื่องงบและไม่ต้องการให้ดูเป็นพื้นที่แยกกันขนาดนั้น อยากให้รู้สึกว่ายังเป็นพื้นที่ห้องส่วนเดียวกัน ก็สามารถเลือกกั้นด้วยฉากหรือผ้าม่านก็ได้เช่นกัน
การออกแบบ walk in closet ไว้เหนือหัวเตียง ยังมีข้อดีในเรื่องการเลือกใช้ผนังด้านหนึ่งของห้องที่ต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ เนื่องจากเป็นผนังด้านที่ไม่มีประตูต่อเชื่อมกับห้องอื่น หรือไม่มีหน้าต่างที่จะทำให้เสียพื้นที่ของการเป็น walk in closet ไป หรือในทางตรงข้ามหากว่าทิศทางของหัวเตียงและ walk in closet ที่เราต้องการนั้นอยู่ตรงผนังด้านที่เป็นหน้าต่างพอดี เราก็เลือกใช้ผนังด้านนั้นเป็นทั้ง walk in closet และหัวเตียงไปพร้อม ๆ กันได้เช่นกัน
ถ้าเรามองแต่ข้อจำกัดเราก็จะคิดอะไรใหม่ ๆ ไม่ได้ สิ่งที่จะทำให้เราก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ ไปได้ที่สุดก็คือการมองหาโอกาสและไอเดียใหม่ ๆ ในการออกแบบ เราก็จะมีไอเดียที่แปลกใหม่ แตกต่าง และเป็นไปได้อยู่เสมอนั่นเอง





