Walkinclosetroom ออกแบบตู้เสื้อผ้า จำหน่ายอุปกรณ์ตู้ Walkin Closet ชั้นวางติดผนัง


WALK IN CLOSET - U SHAPE

การออกแบบห้องแต่งตัว แบบ Walk in Closet - U Shape

WALK IN CLOSET - L SHAPE

การออกแบบห้องแต่งตัว แบบ Walk in Closet - L Shape

WALK IN CLOSET - I SHAPE

การออกแบบห้องแต่งตัว แบบ Walk in Closet - I Shape

ค้นหาสินค้า

     ตู้เสื้อผ้าแบบสำเร็จรูปอาจไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าบางคน เนื่องจากการแต่งตัวที่มีสไตล์ที่แตกต่างกัน ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จที่จะมีเสื้อ กางเกง กระโปรงเหมือนอย่างแต่ก่อน ที่สำคัญคนสมัยนี้ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงหรือผู้ชาย ต่างก็ให้ความสนใจกับการแต่งองค์ทรงเครื่องกันมากขึ้น เสื้อผ้าก็เลยมีจำนวนมากขึ้นและมีแบบมากขึ้นด้วย คนเลยเลือกหันมาออกแบบตู้เสื้อผ้ากันเองมากขึ้น เพื่อจะได้ถูกใจและเหมาะกับการใช้งานของตัวเองให้มากที่สุด

     การออกแบบตู้เสื้อผ้าเองจะสามารถทำได้กับตู้เสื้อผ้า 2 ประเภท ก็คือ ตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อินติดผนัง กับตู้เสื้อผ้าที่ทำเป็นห้องแต่งตัวหรือ walk-in-closet ที่เราจะสามารถดีไซน์ออกแบบให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบไหนก็ได้ตามใจเรา ไม่เหมือนกับตู้เสื้อผ้าแบบสำเร็จรูปที่มาอย่างไรก็ต้องใช้งานไปแบบนั้น

  • ตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อินติดผนัง การออกแบบโดยมากความสูงของตู้จะให้ชิดกับขอบผนังฝ้าด้านบนเพื่อความสวยงาม ส่วนบนสามารถแบ่งพื้นที่ทำเป็นตู้หรือช่องเก็บของที่มีหน้าบานเปิดปิด ไว้เก็บของที่เราไม่ได้ต้องหยิบใช้งานบ่อยนัก เช่น เสื้อหนาว หมอน หมอนข้าง หรือผ้าห่มสำรอง เป็นต้น ความลึกของตู้เสื้อผ้าขนาดมาตรฐานก็จะอยู่ที่ประมาณ 60 เซนติเมตร ส่วนความกว้างและยาวก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ผนังที่เราต้องการออกแบบตู้และจำนวนเสื้อผ้าของเรามีมากหรือน้อย
    หากพื้นที่กว้างเราอาจแบ่งพื้นที่ทำเป็น 2-3 ตู้แยกกัน แล้วจัดสัดส่วนให้มีที่วางเสื้อผ้าแบบที่ต้องใช้ราวแขวนเสื้อผ้า เพื่อแขวนเสื้อผ้าที่เป็นชุดกระโปรงแบบยาว และราวแขวนสำหรับเสื้อที่มีความยาวสั้นกว่า พื้นที่ด้านล่างก็ทำเป็นช่องเก็บเสื้อผ้าที่พับเก็บ เช่น ชุดนอน เสื้อยืดออกกำลังกาย เป็นต้น และมีพื้นที่แยกสำหรับการเก็บของกระจุกกระจิกจำพวก ผ้าเช็ดหน้า ถุงเท้า ชุดชั้นใน เพื่อให้เป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการหยิบใช้งาน หน้าบานส่วนมากจะนิยมทำเป็นการเปิดปิดจะสะดวกต่อการใช้งานมากที่สุด เนื่องจากพอเปิดประตูมาจะเห็นภายในตู้ได้ทั้งหมด แต่หากพื้นที่บ้านจำกัด ก็เลือกใช้บานประตูแบบสไลด์ก็ได้ เพียงแต่ต้องคอยสลับเปิดไปด้านใดด้านหนึ่ง อีกด้านของตู้เสื้อผ้าก็จะประตูบังไว้
  • ห้องแต่งตัวแบบ walk-in-closet ก็เป็นที่นิยมกันมากขึ้น เนื่องจากจำนวนเสื้อผ้าที่มากขึ้น ตู้เสื้อผ้าไม่เพียงพอ ก็ต้องสร้างเป็นห้องเสื้อผ้ากันเลย โดยส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของห้องนอนทำเป็น walk-in-closet และมีบานประตูกั้นเพื่อแยกส่วน การออกแบบตู้เสื้อผ้าแบบ walk-in-closet จะสนุกกว่าแบบบิวท์อิน เนื่องจากมีพื้นที่ให้ออกแบบได้มากกว่า อยากจะให้ส่วนใดเป็นราวแขวนชุดกระโปรง หรือ เสื้อ ส่วนใดเป็นราวเล็กเตี้ยไว้แขวนกางเกง ก็สามารถออกแบบเองได้ทั้งสิ้น ห้องแต่งตัวแบบ walk-in-closet จะมีความหลากหลายในการออกแบบได้มากกว่า บางคนเลือกใช้พื้นที่บางส่วนทำเป็นชั้นวางของ โดยใช้แผ่นไม้วางรับน้ำหนักด้วยฉากรับชั้นไม้ก็ทำให้สวยงามเก๋ไก๋ไปอีกแบบ และใช้ประโยชน์ได้ด้วย ทำให้ห้องดูโปร่งกว้าง ไม่ทึบ

    การออกแบบตู้เสื้อผ้าในปัจจุบัน ยังมีความสะดวกและง่ายเนื่องจากมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากมายที่ช่วยในการออกแบบ เช่น Sketchup 2014, Google SketchUp8, ฯลฯ ที่ผู้ต้องการออกแบบตู้เสื้อผ้าสามารถเลือกลองเข้าไปใช้งานได้

สายด่วน 099-782-4264


ฝ่ายบริการลูกค้า เปิดบริการทุกวัน 08.00-17.00 น.