
การออกแบบตกแต่ง walk-in-closet ควรคำนึงถึงลักษณะการใช้งาน เนื่องจากสไตล์การหยิบจับเสื้อผ้าและเครื่องประดับตกแต่งร่างกาย และความถนัดของผู้ใช้แต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น ในขั้นตอนการออกแบบ walk-in-closet หรือห้องแต่งตัว ผู้ใช้งานควรร่วมออกแบบ
และตรวจเช็คแบบ เพื่อให้เหมาะสมและสะดวกในการใช้งานจริง
วัสดุที่ใช้ในการทำ walk-in-closet ฉากกั้นห้อง และชั้นวางของติดผนังในห้องแต่งตัว มักใช้วัสดุประเภทเดียวกันเพื่อความสวยงาม ดูกลมกลืนกันและง่ายต่อการดูแลรักษาและทำความสะอาด วัสดุที่เลือกใช้มักเป็น Particle Board หรือ MDF แทนไม้แท้ Particle Board เป็นการนำไม้ยางพาราสับจนละเอียดผสมกาวแล้วอัดรวมกันเป็นแผ่นไม้ มักนิยมใช้กับเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน และ walk-in-closet ไม่นิยมพ่นสี เนื่องจาก Particle Board มีรูอากาศมาก ทำให้เปลืองสี จึงนิยมปิดผิวด้วยวัสดุประเภทลามิเนตหรือเมลามีนมีหลายขนาดให้เลือกตามที่ลูกค้าต้องการ
ส่วนไม้ MDF เป็นการนำเศษไม้มาย่อยให้ละเอียด ผสมกาว อัดเป็นแผ่นด้วยความร้อน ไม้ MDF นิยมพ่นสีทับ เนื่องจากไม้ MDF มีรูอากาศน้อย จึงไม่เปลืองสี พ่นสีแล้วเนื้อเนียนสวย นิยมนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการโชว์ผิวไม้ มักนิยมพ่นสี High-gloss และไม้ MDF ไม่นิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องมีการยิงตะปูเกลียว เกลียวจะยึดไม้ได้ไม่ดีเท่ากับ Particle Board
สำหรับ walk-in-closet นิยมใช้ Particle Board ปิดผิวด้วยวัสดุเมลามีนหรือลามิเนต เมลามีนหรือลามิเนตทำจากพลาสติก กันน้ำได้ จึงสามารถเช็ดทำความสะอาดและดูแลรักษาได้ง่าย ลามิเนตมีแบบและลวดลายให้เลือกมากกว่าและราคาสูงกว่าเมลามีน อีกทั้งยังทนต่อรอยขีดข่วนได้มากกว่าเมลามีนด้วย ดังนั้น การเลือกวัสดุปิดผิวประเภทเมลามีนหรือลามิเนต ควรคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เน้นความทนต่อแรงสัมผัสมากนัก เช่น โต๊ะทำงาน โต๊ะคอมพิวเตอร์และตู้เสื้อผ้า สามารถใช้วัสดุปิดผิวที่ทำจากเมลามีนได้ เนื่องจากทนต่อแรงสัมผัสได้พอสมควร กันน้ำได้และราคาไม่แพง
หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องใช้งานมาก ต้องการความทนทาน กันน้ำได้ดี ทนต่อแรงสัมผัสและรอยขีดข่วนได้ดี เราสามารถเลือกวัสดุปิดผิวที่ทำจากลามิเนต ถึงแม้ว่าราคาจะสูงกว่า แต่มีแบบ สีสันและลวดลายให้เลือกมากกว่าเมลามีน มักนิยมใช้ทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินต่าง ๆ เช่น บิวท์อินชุดห้องครัว บิวท์อินชุดตู้โชว์ในห้องนั่งเล่น ชั้นวางของติดผนังและบานประตูตู้ครัว เป็นต้น ดังนั้น การเลือกวัสดุปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ควรคำนึงถึงความสวยงาม ลักษณะการใช้งาน ความแข็งแรง ทนทานและงบประมาณที่ตั้งไว้ เพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานและใช้งานได้นาน





