
ชั้นวางของติดผนังมีข้อดีอย่างไรนั้น คนส่วนใหญ่น่าจะรู้กันดีแล้ว แต่ก็จะขอนำมากล่าวไว้อีกครั้ง ก็คือ ประโยชน์ใช้สอยในการใช้วางของสะสม ของโชว์ หนังสือ ของเล่น หรือสิ่งของอื่น ๆ เพื่อให้ดูเป็นระเบียบ เมื่อต้องการหยิบใช้งานก็สะดวกเพราะมองเห็นได้ง่ายนั่นเอง ข้อดีของชั้นวางของติดผนังอีกข้อก็คือ เรื่องของการประหยัดพื้นที่ใช้สอย โดยการใช้พื้นที่ผนังให้เกิดประโยชน์ เหมาะสำหรับที่อยู่อาศัยทุกขนาด ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ และชั้นวางของติดผนังที่มีสไตล์สวยเก๋ ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยตกแต่งบ้านให้ดูสวยงามขึ้นได้มากอีกด้วย
ปัจจุบันชั้นวางของติดผนังที่มีจำหน่ายอยู่นั้นมีหลายแบบหลายสไตล์มาก แล้วเราจะเลือกชั้นวางแบบไหนดีล่ะถึงจะเหมาะ เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเลือกใช้ชั้นวางติดผนัง มีดังนี้
- รูปทรง ชั้นวางของติดผนังมีหลายรูปทรงด้วยกัน ทั้งแบบเป็นแผ่นวางเรียงกัน เป็นกล่องเหลี่ยมขนาดเล็กใหญ่ แคบกว้าง สูงต่ำต่างกันไป นอกจากชั้นวางเป็นแผ่นกับแบบเหลี่ยมแล้ว ยังมีชั้นวางรูปทรงอื่น ๆ ที่เป็นรูปวงกลม รูปสามเหลี่ยม รูปวงรี หรือรูปอื่น ๆ เช่น ดอกไม้ หัวใจ ฯลฯ การเลือกรูปทรงของชั้นวางของนั้น ควรดูให้เหมาะกับการใช้งานเป็นสำคัญก่อน เช่น หากต้องการทำชั้นวางของเพื่อวางหนังสือก็ควรเลือกที่เป็นแบบแผ่น หรือแบบกล่องจะวางได้ง่าย เป็นระเบียบและวางได้มากกว่า แต่หากเป็นของโชว์ชิ้นไม่ใหญ่ก็สามารถใช้ชั้นวางรูปทรงอื่น ๆ ได้
- การใช้งาน การเราต้องการเลือกใช้ชั้นวางติดผนังเพื่อเป็นของตกแต่งผนังเท่านั้น ไม่ได้เน้นเรื่องของประโยชน์ใช้สอยเพื่อวางของ ก็สามารถเลือกชั้นวางในรูปทรงอื่น ๆ ได้ โดยเลือกให้เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินอื่น ๆ ภายในห้อง และให้โทนของสีสันและสไตล์เป็นไปในแนวเดียวกันทั้งห้องเพื่อความสวยงามดูเข้ากัน
- สีสัน หากต้องการให้ชั้นวางของติดผนังดูเด่น ควรเลือกใช้สีที่โดดเด่นตัดกับสีของพื้นผนัง หากผนังเป็นสีอ่อน ควรเลือกชั้นวางสีเข้ม หากผนังเป็นสีเข้ม ควรเลือกชั้นวางสีอ่อน เป็นต้น
- วัสดุ ชั้นวางของติดผนังมีที่ทำจากวัสดุหลากหลายให้เลือกใช้ มีทั้งที่ทำด้วยไม้ ไม้เทียม พลาสติก อลูมิเนียม เป็นต้น อย่างที่ทราบกันดีว่าวัสดุแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ทั้งในเรื่องความสวยงาม ความทนทาน และเรื่องของราคา เราจึงควรเลือกวัสดุของชั้นวางให้เหมาะกับการใช้งาน หากเป็นชั้นวางที่ตั้งใจไว้วางหนังสือควรเป็นชั้นวางที่ทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน จะคำนึงถึงแต่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ วัสดุแต่ละชนิดยังต้องการการดูแลรักษาและการทำความสะอาดที่แตกต่างกันด้วย





